| Atgenda's profileAtgenda : Life is Miracl...PhotosBlogLists | Help |
|
Atgenda : Life is Miracle.His will, His ways, His time. July 02 บทเรียนที่ว่าด้วยการพูด สุภาษิต 17:27-28 “คนที่มีความรู้ย่อมประหยัดคำพูดของเขา และผู้ที่มีความเข้าใจย่อมมีอารมณ์เยือกเย็น แม้คนโฉดเมื่อได้สงบปากของตัวไว้ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคนมีปัญญา และเมื่อปิดริมฝีปากของเราไว้ก็นับได้ว่าเป็นคนฉลาด”
มันแน่นอน ที่บางครั้ง เราก็อยากจะใช้คำพูดฉลาดๆ ฟาดฟันความคิดเห็นกับคนอื่นๆ
เมื่อปัญญาแบบโลกๆ กระแทกรูหูแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะต้อง พูดบางอย่าง เพื่อเป็นวิทยาธารให้กับคนเหล่านั้น
แต่ในบทเรียนนี้ขอเรียกว่า
"ความเงียบที่สมควร"
หมิงเคยได้ยินจากใครซักคนหนึ่ง (อันนี้ลืมจริงๆ จำไม่ได้ว่าใครบอกมา)
ถ้าไม่สามารถพูดด้วยความรักได้แล้ว สู้อย่าพูดดีกว่า
แน่นอน ในสถานการณ์มากมาย ที่เราไม่สามารถพูดได้ด้วยความรัก เพราะอารมณ์กระทะร้อน มันช่าง... ปั่นหัวสมองเราจริงๆ
หมิงกลายเป็นคนเงียบ ไม่พูดกับใคร
5555+ ไอ้หมิงเงียบไม่เถียงคนได้ด้วยโว้ย เจ๋งประหละ
เอาเป็นว่า นี่คือบทเรียนใหม่ที่สำคัญมาก เรียกว่า การไม่พูด หรือเรียกอีกอย่างได้ก็คือ "การฟัง"
เคยมั้ย ที่ต้องฟังอะไรที่เรารู้สึกว่า มันไม่ใช่.... อกจะระเบิดตายให้ได้ ถ้าไม่รีบพูดสวน(แกมสั่งสอน) หรือเดินหนีมันเลย
ถ้าไม่เคย คุณไม่ต้องเรียนบทเรียนนี้หรอก
บทเรียนนี้สำคัญมากสำหรับหมิง มันเหมือนการเป็นหมอพรทิพย์
ที่ต้องอยู่กะศพ ไม่โสพีเลยใช่ม้า
แต่การที่ต้องอดทนอยู่กับศพ ก็เพื่อจะได้เข้าใจความจริงของศพ ว่าตายเพราะอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นกับศพ
การอดทนนี้ก็เหมือนการฟัง
ที่เราจะค่อยๆฟัง เรื่องราวที่เค้าเล่าไปเรื่อยๆ และทำความเข้าใจกับความจริง และเจตนาที่แฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้น
เพื่อที่จะค้นหาความปรารถนาที่แท้จริง
ช่วงนี้ได้เจอคนๆนึง ที่หยาบคายมากๆ มากได้อีก และได้อีก
ทั้งคำพูดและการกระทำช่าง หยาบคาย
และสิ่งที่เค้าพูด ก็หยาบได้อีก แต่การต้องทนฟังอะไร หยาบช้าสามานแบบนั้น อย่างทำอะไรไม่ได้ (เพราะเป็นลำดับในห่วงโซ่อาหารไง)
ทนๆๆๆ โดยที่ข้างในจะระเบิดออกมาเป็นหมัด แทนคำพูดอยู่แล้ว
ในที่สุด เจตนาของเค้าก็ถูกแสดงออกในตอนท้าย
เค้าแค่อยากช่วย แต่ด้วยความหยาบกระด้าง และหยิ่งยโสของเค้า ได้ปิดบังท่าทีที่เป็นความรักไปจนหมดสิ้น
เหลือแต่กลิ่นคาวๆ ของความหวังดีไว้หน่อยนึง
ที่ดีนะ ที่เราอดทนฟัง จนได้พบสิ่งนี้
จึงได้รู้ว่า จริงๆ คนแบบนี้แหละ ที่เปราะบาง และต้องให้ความสุภาพอ่อนน้อม ปลอบประโลม
ความรักแบบที่นุ่มนวลจะตอบคำถามในใจเค้าได้
แปลกดี ที่คราวนี้ทนได้ ต้องขอบคุณพระเจ้าจริงๆ
ฟังให้เร็ว พูดให้ช้า
นี่คือคุณสมบัติที่ ที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีใช่หรือเปล่านะ
ปล. ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่ได้เป็นประธานอนุชน เฮ้อ เป็นเวลาที่เหมาะสมจริงๆ
ปล.2 ต้องจัดระเบียบชีวิตให้ได้
ปล.3 พระเจ้าค่ะ ขอฝากสิ่งนี้ไว้กับพระองค์ด้วย ขอพระเจ้ากู้คืน สามัคคีธรรมที่ล้ำค่านี้เถิด
June 28 FamilyFamily is a unit of people.
May be 2 or 10 involve in it.
How we can define someone or something is your family?
Blood relationship?
Why some people call their pets is one of their family?
For me.
Family made from love.
Sometime is start with 2 people.
And it can grow to be more and more.
But all the reason for everyone accept to invole in their family.
Because of Love.
Parent and children are start with love to.
2 people committ themselve to produce a human.
They committ themselve to love and care their human in no condition.
The relative should start with this idea.
If it no love, it can't be a family.
A lot of people in this generation fail this.
Family apart.
The idea of family should just only be a responsibilities, Haunted very member in family unit.
If no love, unit just hurt each other by the responsibilyities.
When love fail, the human shall fail.
I experience a lot of fail.
Sometime is hurt, more than human can bare.
Sometime is water, give hope to your life.
But the worst is lie, give you no life.
When the people lie , they are hurt both themselve and their family.
Why they still choose to lie?
I think because they fear no one love them.
In this time. the culture and socialization things don't make the people feel good about themselve.
Reaction for this, People seek good from the other.
We can't love or fullfill love with ourself???
I think this have a point and pointless.
How you could hug yourself or in love with yourself? Are you crazy or Narcissus?
If we look in that way. may be we must define the word "Love" before.
Love is more than just like.
It's a faith and hope and endure.
It's forgive and comment when things go wrong.
It's much more than attractive. It's spiritual relative.
It's much more than emotion, It use emotion to touch and enjoy it.
It's function and art.
It's a firm and sentimental.
You can use your hands, your eyes, your feeling to touch it.
and Also your spirit can hold it.
We could touch love with in shallow and deep.
So "Love yourself" may be more than emotional meaning.
It's like respect yourself and have faith in yourself too.
God give love for us. enough to make us have faith and respect in ourself.
He start our new life with his love.
This is a new material in christian.
We shall fail to love ourself in anytime.
but christian know another love will fullfill their life.
And more than that God teach us to give a respect to ourself and other people like Him.
If I say, a good relationship is start with love yourself.
It sound selfish?
May be not. look in this ways.
Love yourself so you won't require anything from them.
You don't want other compliment or love to fullfill you deep need.
And more than that. You have enough love and good thing to give.
You won't expect anything for return.
because we were fullfill. We need nothing.
Why we won't be still and don't communicate with other people when we enough?
I think , because is a nature of love to be invole with other people.
Like the family.
Everyone may have an experience when parent want to invole in our life.
For the people who don't have that experience may be you can imagine about How you invole and control your love things or pets.
We can't resist not to action something.
It's a nature of love.
We have no power to change other vision.
But we can start to change ourself.
Not by doing.
But by the truth and the love of God.
Let love ourself like Jesus love us!!!
June 19 และแล้ว.... เสียงขอบคุณของเราก็ผสานกันเป็นเพลงในหนึ่งๆวัน เราก็ได้ชิมหลายอารมณ์ความคิด
วันนี้ยอมรับว่ามีหลายอย่างที่ทำให้ขุ่นมัว
แต่มันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ กับสิ่งที่พระองค์ทรงดูแล
เลยต้องมาขอบคุณพระเจ้า
ขอบคุณสำหรับพันธกิจค่ายของน้อง ที่ด้วยการมีส่วนเอี่ยวด้วยเล็กๆของหมิง ทำให้น้องๆได้ชื่นชมยินดีขอบคุณพระเจ้า
ขอบคุณสำหรับเจ้ ที่ทำให้วงจรความรักแบบนี้ ครบองค์อย่างสวยงาม
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเลี้ยงดู ที่แม้จะขาด แต่พระเจ้าก็ได้สำแดงแล้วว่า....ในพระเจ้าเต็มล้น(รัก)ทะลัก
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับโบ
ขอบคุณสำหรับยาวัคซีนราคาถูก
ขอบคุณสำหรับค่ารถเมลล์
ขอบคุณที่ทำให้อิ่มท้องเที่ยง หลังจากที่ตัดใจไปแล้ว
ขอบคุณที่เหรียญ 50 สตางค์มีค่าจน ทำใหหมิงได้ขึ้นรถเมลล์ถูกกว่าคนอื่น
ขอบคุณที่หมิงได้เห็นคุณค่าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในสิ่งของ
ขอบคุณบรรยากาศชิวๆในห้องทำงาน
ขอบคุณที่หมิงได้กลับเร็วมาหลับพักผ่อนมาสองวัน
ขอบคุณที่ร่างกายเหนื่อยมาก แต่ก็มีเวลาให้หมิงได้นอนได้เสมอ
ขอบคุณเพื่อนที่ดี ที่คอยตามเก็บตามจำสติที่ทำหล่นระหว่างทางบ
ขอบคุณไม่รู้จะขอบคุณยังไง ที่หมิงยังหายใจแบบอิ่มท้องในวันนี้
ขอบคุณและขอบคุณจริงๆ ที่หมิงยังใช้โทรศัพท์ได้อยู่
ขอบคุณสำหรับงานที่เบาลงช่วงนี้ ที่ได้คลายความเครียสบ้าง
ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ที่ตามคอยหนุนใจกันเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่
ขอบคุณที่ไม่ได้เห็นงูด้วยตัวเอง
ขอบคุณที่วันนี้ยังขอบคุณพระเจ้าได้
ขอบคุณที่ได้เลิกล้มความคิด และหมดหวังกับการเดินทางไปแล้ว แต่พระเจ้าก็กู้คืนมาใหม่
ขอบคุณที่มีคนห่วงใยเสมอ
ขอบคุณที่หมิงไม่เคยขาดจากคำอธิษฐานและการหนุนใจจากพระเจ้า
ขอบคุณที่วันนี้หมิงมีรองเท้าดีๆใส่
ขอบคุณที่วันนี้หมิงยังได้ใช้เนทที่บ้านได้
ขอบคุณที่วันนี้หมิงยังได้อยู่กับน้องๆ
ขอบคุณที่วันนี้หมิงไปทำงานด้วยความสะดวกสบาย
ขอบคุณที่สิวก็ลงลด
ขอบคุณที่พี่ลีไม่โกรธที่กลับบ้านเร็ว
ขอบคุณสำหรับหัวหน้าดีและใจเย็นขนาดนี้
ขอบคุณสำหรับพี่แอดมินที่เอ็นดูหมิง
ขอบคุณร้านข้าวที่วันนี้กินจนอิ่มท้อง
ขอบคุณกระเป๋ารถเมลล์ที่ลดราคาให้
ขอบคุณคุณคนขับ ที่ถึงจะโมโห และไม่จอดป้าย ก็ยังพาหมิงกลับบ้านอย่างปลอดภัย ไม่หน้าคะมำ
ขอบคุณรถไฟฟ้า ที่ยังขึ้นฟรีอยู่
ขอบคุณเพลงเพราะๆในออฟฟิต
ขอบคุณคุณคนทำงานก่อนหน้าที่ทิ้งรองเท้าและสมบัติไว้ให้หมิงใช้ต่อมากมาย
ขอบคุณคุณเพื่อน ที่ให้เราไปถ่ายรูปรับปริญญา ทำให้เราไม่ต้องเสียตังค่ากินเลี้ยงเพิ่ม
ขอบคุณชาวโลก ที่ทำให้น้ำตาและรอยยิ้มมีความหมาย
ขอบคุณคนฉลาดๆ ที่ทำให้ทุกวันนี้ เรามีของดีๆ เทคโนโลยีดีๆให้เราได้ใช้
ขอบคุณดีเทคที่มีโปรโมชั่นให้เราได้คุยกัน
ขอบคุณเอ็มเอสเอ็น ที่ทำให้เราติดต่อกันได้แม้จะอยู่ห่างไกล
ขอบคุณโลกหล้านภาลัย ที่เป็นร่ม เวลาเดินไปกินข้าว และเป็นแดดเวลาหนาวออกจากออฟฟิต
ขอบคุณพระเยซูคริสต์ ที่ทำให้สามารถมองชีวิตเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่สวยงามได้ขนาดนี้
ถ้าเอาคำขอบคุณของเราทุกคนไปแต่งเป็นเพลง คงเป็นทำนองสอดผสานที่งดงามยิ่งกว่าบาคแน่เลย
June 16 โรม 8 :26-39โรม 8:26-39
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอธิษฐานเพื่อเราด้วยกันกับเรา
8:26 พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วยเช่นกัน เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณเองทรงช่วยขอเพื่อเราด้วยความคร่ำครวญซึ่งเหลือที่จะพูดได้ The Holy Spirit Prays with Us and for Us
8:26 Likewise the Spirit also helpeth our infirmities: for we know not what we should pray for as we ought: but the Spirit itself maketh intercession for us with groanings which cannot be uttered. 8:27 และพระองค์ ผู้ทรงตรวจค้นใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณ เพราะว่าพระองค์ทรงอธิษฐานขอเพื่อวิสุทธิชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า
8:27 And he that searcheth the hearts knoweth what is the mind of the Spirit, because he maketh intercession for the saints according to the will of God.
ทรงเรียก ทรงประทานความรอด ทรงให้เป็นคนชอบธรรม ทรงประทานสง่าราศี
8:28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงร่วมมือกับคนทั้งหลายที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์ Called, Saved, Justified, Glorified
8:28 And we know that all things work together for good to them that love God, to them who are the called according to his purpose. 8:29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก
8:29 For whom he did foreknow, he also did predestinate to be conformed to the image of his Son, that he might be the firstborn among many brethren.
8:30 ยิ่งกว่านั้นบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น พระองค์ได้ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีสง่าราศีด้วย
8:30 Moreover whom he did predestinate, them he also called: and whom he called, them he also justified: and whom he justified, them he also glorified.
8:31 ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา
8:31 What shall we then say to these things? If God be for us, who can be against us?
8:32 พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรของพระองค์เอง แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อเราทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ
8:32 He that spared not his own Son, but delivered him up for us all, how shall he not with him also freely give us all things?
8:33 ใครจะฟ้องคนเหล่านั้นที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้ พระเจ้าทรงเป็นผู้ที่ทำให้เราเป็นคนชอบธรรมแล้ว
8:33 Who shall lay any thing to the charge of God's elect? It is God that justifieth.
8:34 ใครเล่าจะเป็นผู้ปรับโทษอีก ก็คือพระคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงคืนพระชนม์ ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราทั้งหลายด้วย
8:34 Who is he that condemneth? It is Christ that died, yea rather, that is risen again, who is even at the right hand of God, who also maketh intercession for us.
ผู้เชื่อได้รับความรอดนิรันดร์
8:35 แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า จะเป็นความยากลำบาก หรือความทุกข์ หรือการข่มเหง หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ The Believer Is Eternally Safe
8:35 Who shall separate us from the love of Christ? shall tribulation, or distress, or persecution, or famine, or nakedness, or peril, or sword? 8:36 ตามที่เขียนไว้แล้วว่า `เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นเหมือนแกะสำหรับจะเอาไปฆ่า'
8:36 As it is written, For thy sake we are killed all the day long; we are accounted as sheep for the slaughter.
8:37 แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยยิ่งกว่าผู้พิชิตโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย
8:37 Nay, in all these things we are more than conquerors through him that loved us.
8:38 เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือทูตสวรรค์ หรือผู้มีบรรดาศักดิ์ หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า
8:38 For I am persuaded, that neither death, nor life, nor angels, nor principalities, nor powers, nor things present, nor things to come,
8:39 หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งอื่นใดๆที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้
8:39 Nor height, nor depth, nor any other creature, shall be able to separate us from the love of God, which is in Christ Jesus our Lord.
พระเจ้าค่ะ วันนี้หมิงขอฝากสิ่งนี้ไว้ในความคิด อย่าพึ่งพรากสิ่งนี้ไปอย่างเร็ว
ขอพระเจ้าเก็บไว้ จนกว่าจะถึงเวลาของความเข้าใจ
จะกลับมาใคร่ครวญสิ่งสำคัญนี้ให้จงได้
วันนี้ขอฝากไว้แค่นี้ก่อน พบกันในความฝันค่ะ
June 14 Drag me to hellเหอะ ไม่ได้ไปดูหรอก ยังยึดหลักเดิมอย่างมั่งคง!!!!!
ไม่ดูหนังแนวนี้โดยเด็ดขาดดดดดด!!!!
ขนาดมิวสิเคิลที่รักเข้าไส้ขนาดไหน เจอเป็นเรื่องแนวนี้.... นัท ก็เถอะ.... ก็ไม่ไปดู (แอบเสียใจนะเนี่ย)
ลากอิชั้นลงนรก (ขอใช้ภาษาสุภาพ)
เกือบเอาชีวิตไม่รอดทีเดียว
สงครามหนักหน่วง ของการเอาชีวิตรอดฝ่ายวิญญาณ
วันนี้นอนบ่าย กลับมาจากโบสถ์ไปกินข้าวกับที่บ้าน พาน้องไปหาหมอ
ก็เลยงีบบ่าย.....
เกือบโดย เดรก ลง เฮลล์ไปแล้ว
ตื่นมาเหมือนจะอ้วก รู้สึกเวียนหัว และขอบคุณพระเจ้า ที่ในที่สุดก็ตื่นสำเร็จซักที
พระเจ้าค่ะ หมิงเข้าใจค่ะ สำหรับการอนุญาตินั้นของพระองค์
หมิงมองออก การเสริมสร้างที่เกิดขึ้น
หมิงจะใจสู้ค่ะ
ขอพระเจ้าทรงปกป้องและฟื้นฟูจิตวิญญาณของหมิงด้วย
June 03 Life is Mozart Piano concerto No.23ไปฟังคอนเสิร์ตโจ้มาหละ....ดีใจก็โจ้จำเราได้
ในคอนเสิร์ตตลอดงาน หมิงคิดถึงชีวิต คริสเตียน
มันน่าแปลกในงานแสดงดนตรีคลาสสิก เราจะสามารถ เห็นภาพของชีวิตคริสเตียน ได้ทั้งกว้างและลึกอย่างหมดจด
หลายครั้งหมิงพยายามจะเขียนจดบันทึก พยายามอธิบายความรู้สึกของตัวเองหลายสิ่งอย่างหลายอย่าง
แต่พบว่า สิ่งที่ใช้บรรยายชีวิตของหมิงในเวลานี้ได้อย่างดี คือ Piano Concerto NO.23 ของโมสาท
มันมีทั้งหมดสามองค์ด้วยกัน
ในองค์แรก จะเป็นดนตรีสนุกสนาน ก็ฟังแล้วจะรู้สึกเหมือนเห็นเด็กน้อยวิ่งเล่นในป่า สะดุดมั้ง ล้มมั่ง เจอหมี เจอปลา กลายเป็นเรื่องสนุก ขำขันไปหมด
เหมือนเป็นการเล่น ที่รู้สึกสนุกสนานไร้กังวลอะไร
ในองค์ที่สอง ที่คิดว่า นี่คือคำบรรยายที่ดีที่สุดสำหรับช่วงนี้คือ เหมือนกับเรากำลังได้ดูคนกำลังอ่อนล้า และเศร้าสร้อย
แต่สิ่งสำคัญที่หมิงยังสังเกตุเห็นในตอนนี้คือ.... แม้จะอ่อนล้าและเศร้าสร้อย ดนตรีก็ยังสวยงาม และงดงาม
ถ้าเทียบกับองค์แรก ที่ฟังแล้วต้องหัวเราะออกมา กับองค์ที่สอง
กลายเป็นว่า ในองค์นี้ กลับงดงาม สวยงาม มีพลังที่หนักแน่นลึกซึ้งกว่ามาก
และในตอนสุดท้าย คือดนตรีที่รื่นเริง แต่เป็นภาพของผู้ได้รับชัยชนะ จะอธิบายอย่างไรดี เหมือนเป็นความชื่นมื่น เริงรื่น ที่โตกว่าองค์แรก
มีน้ำเสียงของความขนขื่นอยู่บ้าง แต่น้ำเสียงนั้น กลับทำให้ดนตรีของความรื่นเริงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก Significant ในความชื่นใจนั้น
หมิงได้พบว่า โมสาทนี้ คือชีวิตคริสเตียนที่หมิงกำลังเรียนรู้อยู่
องค์แรกก็คือเมื่อยังเด็ก เล่นซนและเรียนรู้อย่างเด็ก
สำหรับหมิงตอนนี้คือภาพวาดอันขมขื่นที่งดงาม
พระเจ้ากำลังสร้างชีวิตด้วยดนตรีคีย์ไมเนอร์ที่สวยงามอยู่
และฉากสุดท้าย คือสิ่งที่หมิงรอคอย คือเมื่อดนตรีได้เดินทางมาถึงทำนอง ที่ยิ่งใหญ่ ความชื่นชมยินดี ที่เปี่ยมคุณค่า
วันก่อนเฟิร์นได้บอกเรื่องที่ต้องขอบคุณพระเจ้ามาเรื่องนึง
หมิงรู้มั้ย.....หมิงเป็นคนใจร้อน
ใช่ เรารู้แหละ
หมิง..... การตัดสินใจเร็วของหมิงหนะ บางครั้ง หมิงเองต้องคิดถึงความจริงนะ ว่าในอนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ บางทีสิ่งที่เกิด ตัดสินใจไปแล้ว อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้
บางครั้งการตัดสินใจ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น หรือต้องรีบร้อนอะไร ก็มาค่อยๆ คิดและค่อยๆดูกันไป
แล้วหมิงเลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า....... การตัดสินใจ ก็เหมือนตัดปัญหา และก็เป็นการนำ....ด้วยความคิดของหมิงเอง หมิงคงได้ตัดสินใจ ปิดทางของพระเจ้าไปหลายต่อหลายครั้งแล้วสินะ
กับอีกคนนึงได้บอกกับหมิงว่า..... ขอบคุณพระเจ้า ที่หมิงมีความเป็นผู้นำ แต่บางครั้ง หมิงก็แข็งเกินไป..... ขอให้ระลึกถึงความรักของพระเจ้า
ยอมในสิ่งที่ไม่ทำให้ใครสะดุดได้ เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ ไม่อยากให้หมิงกลายเป็นตะเกียงทีเก็บไว้ ให้ยกชูขึ้นเถิด
หมิงคิดว่า พระเจ้ากำลังสอนเรื่องสำคัญ.... นั่นคือภาคหนึ่งของความหยิ่งของหมิงเอง พระเจ้าหมิงอยากเปลี่ยนแปลง
ความแข็งกระด้าง ที่หมิงเคยภูมิใจในความอดทน และใจร้อนรน ตอนนี้เมื่อมันบิดเบี้ยวไม่พอดี พระเจ้าก็ตัดแต่งใหม่
ให้เป็นความอดทน ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเข้าใจ การอดทนรอคอยต่อพระเจ้า
ตอนนี้หมิงเฝ้าเดี่ยวโยบ รู้มั้ยว่าพระเจ้ากำลังสอนหมิงอยู่ นี่คือความอดทน ไม่ใช่อดทนต่อคนอื่นมาทำร้ายเท่านั้น เราต้องอดทนที่จะวางใจพระเจ้า และเชื่อมั่นในพระองค์จนถึงที่สุด
บางครั้ง เราก็อ่อนแอ และตัดพ้อต่อพระองค์
เราได้พลาดการดีที่อยู่เบื่องหลังเรื่องราวทั้งหมด
หมิงไม่ค่อยมีเวลามาเขียนบันทึก วันนี้เลยอยากซัดทุกเรื่องที่จำได้ เพื่อที่จะไม่ลืม
หมิงฝันวันก่อนว่าได้ไปค่ายๆหนึ่ง ในนั้นมีทุกๆคนที่นคท. มีที่โบสถ์ วายเอฟซี สภาด้วย พี่ปุยก็มา(ขาประจำ) มีต่างชาติด้วย
แต่ที่จำได้ในวันนั้นอย่างสนิทใจ คือเสียงร้องเพลง
ในค่ายนั้น ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด แต่แล้วในช่วงที่กำลังวุ่นวาย ก็มีเสียงร้องเพลงผสานเสียงที่ไพเราะมาก หมิงก็หยุดสิ่งที่ทำอยู่ ทุกคนก็เหมือนกัน แล้วหันไปทางกลุ่มต้นตอของเสียงนั้น
เป็นคนใส่ชุดสีขาว กำลังร้องเพลง.... ที่เพราะมาก หมิงจำได้เมื่อตื่นแล้วท่อนเดียว You are the star ในเพลงนั้นได้บอกว่า เราเปรียบเสมือนดวงดาวของพระเจ้า
เมื่อตื่นขึ้นมา เพลงนี้ก็ยังจับใจ และข้อความนั้นก็ยังจับใจ
เนื้อเพลงจะประมาณว่า เราเป็นที่รักยิ่งของพระเจ้า เป็นดาวที่พระเจ้าให้ความสำคัญ และยิ่งกว่านั้น ดวงดาวก็มีหลายดวงด้วย เต็มฟ้าเลย
เด็กๆจะเคยฟังนิทานที่ พอลูกไก่ที่ทำความดีตาย จะกลายเป็นดาวบนท้องฟ้า
ในเวลานี้ เราได้เป็นดวงดาวของพระเจ้าแล้ว
และอีกเรื่องคือสดุดี บทที่ 141 นี่คือคำตอบจากพระเจ้า
และในเทศนาของอ.ยินดีจังเรื่องการรับใช้
" อ ย่ า ย อ ม แ พ้ " หมิงอย่าท้อ รักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าไว้ แล้วไว้ใจพระองค์ให้ถึงที่สุด
พระเจ้ารู้มั้ย...หมิงดีใจจริงๆ ที่ในทุกๆวัน หมิงได้รู้ว่าพระเจ้าเฝ้าเป็นห่วงและอยู่ใกล้หมิงเสมอ
หมิงได้รู้อีกหลายๆรอบแล้ว ว่าพระองค์รักหมิงมาก
อยากจะบอกรักแบบนี้ให้ได้ซักล้านครั้ง บ้าง
พระเจ้าค่ะ ทุกวันหมิงมีเรื่องมากมายอยากขอบคุณพระเจ้า
วันไหนที่หมิงไม่มีเรื่องกลับมาขอบคุณพระเจ้า หมิงรู้ตัว่วา วันนั้นหมิงต้องผิดปกติ หรืออาการหนักแล้ว
พระเจ้าทรงสอน และทรงนำหมิงอยู่เสมอ พระเจ้าแสนดี หมิงจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถึงความน่ารักของพระองค์ได้อย่างไร
แม้เรื่องราวจะยังยุ่งยากมากมาย และหมิงยังไม่เข้าใจ ข้อความลึกลับเหล่านั้น
แต่หมิงเชื่อว่าซักวัน หมิงจะกลับมาร้องบทเพลงองค์ที่สามให้พระองค์ฟัง
|
|||||||||||
|
|